กลับไปรายการกระดานข่าว ตอบกลับ โพสใหม่
น่ารักเฮ้ย เดี๋ยวนี้สีวิ้งเลยนะ
ต้นฉบับโพสโดย L kung เมื่อ 2011-10-22 14:14
เสี่ยนั่นแหละ เดี๋ยวนี้เมพ ใหญ่แล้วน่ะ!!
ภาพสวยๆนี้มัน...

วัลเช่ กับ โวตามิน??? ...

เป็นคู่รักกันเหรอ?
ต้นฉบับโพสโดย Fearena เมื่อ 2011-10-22 15:49
มันเป็นแรงจิ้นส่วนตัวของคนวาดมากกว่าค่ะ /ปิดตา

สองคนนี้ไม่ได้เป็นแฟนกันหรอกน่ะค่ะ เพราะว่า สองคนนี้จริงๆแล้วเป็นผู้หญิงทั้งคู่

ที่วาดนั่นคือมาสคอตของสองคนนั้นค่ะ วาลเช่ซัง มาสคอตเป็นผู้ชาย >3<

แปะๆ

นี่กะทำเป็นรีเวิร์สแทรป มาดสาวเท่สินะ...

--------------

รูปข้างล่าง ดราฟท์ได้สวยดี....

ไม่มีเนื้อเรื่องอะไรมากมาย
http://peke.ojaru.jp
http://www.thisisgame.com/yogurting
นี่กะทำเป็นรีเวิร์สแทรป มาดสาวเท่สินะ...

--------------

รูปข้างล่าง ดราฟท์ได้สวยดี....

ไม่มีเนื้อเรื่องอะไรมากม ...
ต้นฉบับโพสโดย Fearena เมื่อ 2011-10-22 16:26
อ๊ะ...เอ๊ะ!? รูปล่างวาดเองจ้า ไม่ได้ดราฟ   ถ้าดราฟต้องรูปนี้



(หน้าหื่นมาก)  /โดนสอย
เสี่ยเมพอะไร เสี่ยด๋อยลงต่างหาก
.............
บระรูปสวยอะแอร้ยๆๆๆ
แก้ไขล่าสุด Fearena เมื่อ 2011-10-23 09:50
อ๊ะ...เอ๊ะ!? รูปล่างวาดเองจ้า ไม่ได้ดราฟ   ถ้าดราฟต้องรูปนี้

http://a8.sphotos.ak.fbcdn.net/h ... 4260974945_10000025 ...
ต้นฉบับโพสโดย anmaai เมื่อ 2011-10-22 21:04
เอ... ความหมายของคำว่า ดราฟท์(Draft) สำหรับศิลปินนี่ไม่ได้แปลว่า แบบโครงร่าง ภาพร่างเหรอ?

ตัวข้างล่างนั่นมันเหมือนเสร็จมากกว่าจะเป็นการ Draft นะ.. หรือว่าเราตีความหมายผิด...?


อ่า...... ช่วงนี้กระแสยูโนะ บันทึกอนาคตมาแรงจริงๆ - -มีหลายเวอร์ชั่นมาก...

แต่โดยส่วนตัวสะใจเวอร์ชั่นนี้

http://www.lolibaka.com/beta/post/show/249006
http://peke.ojaru.jp
http://www.thisisgame.com/yogurting
น่ารักมากเลยอ่า
/สยองภาพพี่เฟียร์

โอ๊ะ บิ๊กซัง บอกน่ารัก แต่อิโม ไม่ให้เลยน่ะนั่น 5555

หวีดสยองมากกว่า!!
"คุณพ่อค่ะ! ดูนี่สิค่ะ" เด็กสาวตัวน้อยยิ้มแย้มอย่างน่ารัก ก่อนจะวิ่งไปหาคุณพ่อของเธอที่กำลังเดินเข้ามาในบ้าน

ชายหนุ่มวัยกลางคนเปรยตามองลูกสาวเล็กน้อย ก่อนจะอุ้มนางฟ้าน้อยขึ้นมาแล้วยิ้มตอบอย่างอบอุ่น

"ไหนว่าไง คนเก่ง มีอะไรให้พ่อดูล่ะ?" ชายหนุ่มตอบ

เด็กสาวเรือนผมสีดำรวบมัดเป็นทรงทวินเทลสองข้างชูมงกุฎดอกไม้ที่ทำขึ้นเองให้คุณพ่อของเธอดู

"โอ้..สวยจังทำเองเหรอลูก?" ผู้เป็นพ่อย้อนถามก่อนจะหอมแก้มเล็กๆของลูกสาวอย่างเอ็นดู

" ทำเองค่ะ หนูทำมาให้คุณพ่อน่ะค่ะ" เธอยิ้ม

"พ่อว่ามันมาเหมาะกับลูกมากกว่าน่ะ คนดี" ชายหนุ่มตอบก่อนจะหยิบมงกุฏดอกไม้มาจากมือเล็กๆของลูกสาว แล้วสวมมันไว้บนศรีษะของเด็กน้อย

"คุณพ่อกลับบ้านแล้วใช่ไหมคะ? จะมาอยู่กับหนูแล้วใช่ไหมคะ? " เด็กสาวย้อนถามก่อนจะส่งสายตาออดอ้อนให้ผู้เป็นพ่อ...คนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเธอ

ชายหนุ่มวัยกลางคนถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะมองลูกสาวคนดีของเขาด้วยแววตาที่สำนึกผิดเล็กๆ

"นาริต้า..ฟังพ่อน่ะ..พ่อมีงานยุ่งมาก พ่อต้องรีบบตามจับคนร้ายให้ได้เร็วๆ รู้ไหมลูก.."

"....." เด็กสาวเงียบไปเล็กน้อยก่อนจะมองหน้าของผู้เป็นพ่อ ด้วยแววตาที่ไม่อาจคาดเดาอารมณ์ได้

ดวงตาสีน้ำเงินคู่เล็กสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนจะกลับมานิ่งงันตามปกติ

"หนูเข้าใจค่ะ หนูอยู่คนเดียวได้ ไม่เป็นอะไรหรอก" นาริต้าน้อย ตอบก่อนจะยิ้มแย้ม

ทำให้คนเป็นพ่อโล่งอกแล้ววางลูกสาวลงกับพื้น มือหนาแกร่งลูบหัวของลูกสาวเขาอย่างนึกเอ็นดูแล้วส่งยิ้มอ่อนๆให้

"พ่อต้องไปทำงานต่อแล้ว ดูแลตัวเองดีๆน่ะลูก"

"ค่ะ" นาริต้ารับคำ ก่อนจะยิ้ัมราวกับเทพธิดาตัวน้อย

"แล้วพ่อจะรีบกลับมาน่ะเจ้าหญิงน้อยของพ่อ" ร่างสูงก้มลงมาหอมแก้มลูกสาวของเขาอย่างรักใคร่ แล้วเดินจากไป

นาริต้ามองแผ่นหลังของผู้เป็นพ่อจนสุดสายตาของเธอ ไม่นานเด็กสาวก็ทิ้งมงกุฎดอกไม้บนหัวของตนลงกับพื้นแล้วเดินเข้าบ้านไป

นาริต้าอยู่คนเดียว..ใช่..ตั้งแต่จำความได้เธอก็อยู่กับพ่อแค่สองคน ตอนแรกๆพ่อหยุดงานมาดูแลเธอ แต่เมื่อเธอค่อยๆโตขึ้น เธอก็ถูกสอนให้รู้จักการใช้ชีวิตอยู่ด้วยตัวคนเดียว

แม้แต่งานวันเกิดของเธอ ก็ไม่เคยถูกจัดขึ้นสักครั้ง..เธอนั่งฉลองวันเกิดคนเดียวทุกๆปี แต่พ่อก็ยังเป็นคนที่เธอรักมากที่สุดไม่เปลี่ยนแปลง

สาวน้อยวัย 6 ขวบนั่งดูทีวีอยู่กับบ้านคนเดียวเป็นเวลาหลายชั่วโมง บางครั้งเธอก็ลุกไปหยิบหนังสือกฎหมาย หรือหนังสือที่เข้าใจยากๆของพ่อเธอมานั่งอ่าน

เธอเป็นเด็กอัจฉริยะ ฉลาดได้โดยไม่ต้องมีใครสอน สอบได้ที่ 1 ของชั้นปีตลอด..แต่เธอไม่เคยคิดว่าตัวเองพยายามได้มากพอ เท่าที่เธอต้องการ

ชีวิตทุกๆวันก็ผ่านไป เรื่อยๆตามกาลเวลา ช่วงเวลาที่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆต้องอยู่คนเดียว ไม่เคยมีใครเห็นเธอยิ้ม เวลาที่พ่อของเธอไม่อยู่ ไม่เคยเห็นใบหน้าที่่น่ารัก อ่อนโยน หากพ่อของเธอไม่อยู่บ้าน

ดังนั้นจึงเห็นได้ว่าพ่อ มีความสำคัญกับเธอมากจริงๆ

เธอเคยแอบตามพ่อไปที่ทำงานอยู่หลายต่อหลายครั้ง แต่มักจะถูกดุแล้วพากลับมาส่งที่บ้านทุกทีไป

เด็กสาวร่างเล็กปัดกวาดกรอบรูปถ่ายที่มีภาพของพ่อเธออย่างดี เธอจำหน้าแม่ไม่ได้เลย เพราะแม่เธอเสียตั้งแต่เธอเกิดพ่อก็ไม่เคยพูดถึงแม่อีกด้วยซ้ำ

กริ๊ง กริ๊ง..ง
เสียงโทรศัพท์บ้านดังขึ้นก่อนที่เด็กสาวจะเดินเข้าไปรับ และกรอกเสียงใสลงไปปลายสาย

"สวัสดีค่ะ บ้านโรซีเนีย ค่ะ"

"หนูนาริต้าใช่ไหมจ๊ะ?" เสียงพี่สาวพยาบาลที่พ่อของเธอเคยพาไปหาบ่อยๆเอ่ยขึ้น

"ใช่ค่ะ คือมีอะไรหรอคะ? ตอนนี้คุณพ่อไม่อยู่บ้าน" นาริต้าตอบเสียงใส

"คือ..." พยาบาลสาวตอบ

"คะ?" นาริต้าขานรับ

"คุณพ่อ..ของหนูน่ะ.." พยาบาลเอ่ียเสียงอ่อย

"คุณพ่อ เป็นอะไรหรอคะ?" หัวใจดวงเล็กๆเริ่มสั่นไหวเล็กน้อยก่อนที่มืออีกข้างหนึ่งจะกำชายกระโปรงแน่นจนเกิดรอยยับย่น

"คุณพ่อของหนูเสียแล้วจ๊ะ.." สิ้นเสียงของคนปลายสาย ราวกับโลกทั้งโลกหยุดหมุนไปในพริบตา นัยน์ตาสีน้ำเงินเบิกโตขึ้นอย่างตกใจสุดขีดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ร่างเล็กๆสั่นระริกราวกับจะล้มทั้งยืน

สติแทบจะขาดหลุดลอยไป ราวกับมีก้อนมาจุกอยู่ที่กลางคอทำให้เด็กสาวไม่แม้แต่จะสามารถพูดอะไรออกมาได้อีก

เสียงเล็กๆที่สั่นระริกค่อยเล็ดลอดออกมาอย่างไม่ปะติดปะต่อ ก่อนจะที่ร่างเล็กจะทรุดลงกับพื้นราวกับวิญญาณได้หลุดลอยออกจากร่าง

หยดน้ำใสๆที่ไหลรินออกจากต่างอย่างมากขึ้น.. มากขึ้น จนเหมือนแม่น้ำสายเล็กๆที่กำลังไหลรินออกจากด้วยตาคู่นั้น

"ฮัลโหล! ฮัลโหล! หนูนาริต้า ฟังพี่อยู่รึเปล่าจ๊ะ!?" พยาบาลสาวถามขึ้นอย่างตกใจ เธอรู้ดีว่าเด็กน้อยคนนั้นเห็นว่าพ่อเป็นคนสำคัญขนาดไหน การรับรู้เรื่องราวในคราวนี้จะทำให้เด็กสาวเสียสติไปเลยรึเปล่าน่ะ

"หนู..ห..หนู..อ..ย." เสียงเล็กเล็ดลอดออกจากปากบางอย่างยากเย็น พร้อมกับเสียงสะอื้นที่ดังคลอเข้าไปในสาย

พยาบาลสาวที่ยืนถือสายอยู่รีบวางลงแล้วไปที่บ้านของหลังนั้นทันที

ไม่นานนักที่หน้าบ้านก็มีรถเก๋ง สีขาวมาจอดพร้อมๆกับหญิงสาวที่กึ่งเดิน กึ่งวิ่งเข้ามาในบ้านแล้วกวาดสายตามองหาเด็กสาวที่กำลังนั่งร้องไห้อย่างหนักอยู่ตรงมุมห้อง

อ้อมแขนอันอบอุ่นโผเข้ากอดเด็กสาว อย่างนึกสงสาร

"ฮึก..ฮึก..คุณพ่อ.."

---
คาดว่าคืนนี้ก็ปั่นไม่เสร็จ
เจ๊นาริต้าเป็นเด็กเก่งนะเนี่ย
แต่ชีวิตรันทด TT^TT
ฉันนี่มัน... โง่จริงๆ
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว...ยังมีเจ้าตัวตลก ผู้ซึ่งเป็นข้ารับใช้ที่อาศัยอยู่ในอาณาจักรอันเก่าแก่..

เขาได้ตกหลุมรักและหลงไหลในตัวของเจ้าหญิงแห่งอาณาจักร

แต่ทว่า...

ความปรารถนานั้นของเขากลับไม่เคยได้รับการเติมเต็มแต่อย่างใด...

และนี้..คือเรื่องราวแห่งความรักของเขา ที่ไม่เคยมีผู้ใดล่วงรู้..


ท่ามกลางค่ำคืนอันเงียบสงบของ อาณาจักรฟรีเจีย ที่แสนยิ่งใหญ่

แสงจันทร์นวลสาดส่องกระทบกับพื้นหินอ่อนของเวทีขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมือง

เป็นเวทีสำหรับการแสดงของเหล่าตัวตลกทั้งหลาย ที่จะมาให้่ความสำราญกับผู้คน..บัดนี้กลายเป็นเวทีที่แสนเงียบเหงาไปเสียแล้ว..

ร่างสูงโปร่งกำลังเต้นรำอย่างสง่างามอยู่เพียงผู้เดียว ท่ามกลางความเงียบในยามราตรี เรือนผมสีเหลืองสลวยกระทบแสงส่องเป็นประกายจากแสงจันทร์นวล

หน้ากากที่สวมอยู่เพียงครึ่งหน้า ไม่อาจซุกซ่อนดวงตาคมเข้มสีฟ้าหม่น ราวกับอัญมณีชั้นเลิศนั้นได้ ใบหน้าที่เรียวได้รูปพร้อมกับสัญลักษณ์รูปดาวที่แก้มข้างซ้าย

ริมฝีปากอิ่มกำลังประทับลงบนขลุ่ยสีนวลอย่างแผ่วเบา นิ้วเรียวลูบไล้ไปตามลำ ของขลุ่ยอย่างแผ่วเบา ก่อนจะลูบกุหลาบแกะสลักสีแดงสดบริเวณปลายของขลุ่ยอย่างอ่อนโยน

ตัวตลกหนุ่มผู้มีรูปลักษณ์งดงามราวกับเจ้าชายทรุดนั่งลงกับพื้นของเวที ก่อนจะบรรเลงเพลง คลอเบาๆไปตามสายลมอย่างเป็นสุข..

ไม่นานจากท่วงทำนองแห่งความงดงามก็แผ่วลง ภาพของชายหนุ่มที่กำลังแหงนมองดวงจันทร์อย่างเศร้าสร้อยปรากฎขึ้น ราวกับกับภาพศิลปะชั้นสูงที่ควรแค่แก่การเก็บรักษาไว้ในหอศิลป์

ดวงตาสีฟ้าหม่นฉายแววเศร้าสร้อย มือข้างซ้ายของเขายกขึ้นทาบกับดวงจันทร์ที่อยู่ในระดับสายตาเหมือนกับต้องการจะไขว้คว้ามาไว้ในครอบครอง

ภาพในสมองของเขา ยังคงมีเพียงรอยยิ้มอันแสนอ่อนโยนและงดงามของเธอคนนั้น..เธอผู้เป็นที่รักที่สุดในดวงใจของเขา...'เจ้าหญิง'

แต่ทว่า เจ้าหญิงนั้นอยู่ไกลเกินไป..เกินกว่าที่ตัวตลกกระจอกเช่นเขาจะสามารถไขว่คว้าเธอมาได้โดยไร้ข้อกังขา..

รอยยิ้มที่ยากจะคาดเดาอารมณ์ผุดขึ้นบนใบหน้าของตัวตลกหนุ่ม ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นยืนแล้วพูดว่า

"คงต้องส่งบัตรเชิญถึงเจ้าหญิงผู้เลอโฉม..ให้มาร่วมแสดงตำนานรักอันงดงาม ในค่ำคืนนี้เสียแล้ว.."

หน้ากากที่ปกปิดใบหน้าอันแสนงดงามเพียงครึ่งเสี้ยวถูกเปิดออกเล็กน้อย..เผยให้เห็นความหล่อเหลาอย่างร้ายกาจ ยากจะหาใครเทียบที่ซุกซ่อนภายใต้หน้ากากนั้น

"การแสดงใกล้จะเริ่มขึ้นแล้ว..เอาล่ะ..ท่านเจ้าหญิงที่รักของข้า..ออกมาเล่นสนุกกันเถิด..ด้วยด้ายแห่งรักของเราสองที่กำลังร่ายรำในค่ำคืนนี้..ข้าจะกระตุ้นให้ท่านออกมาเอง..."

ทางด้านหนึ่งของอาณาจักรฟรีเจีย : ปราสาทของเจ้าหญิง

ร่างบางกำลังหลับพริ้มอยู่ใต้ผ้าห่มเนื้อดีอย่างเป็นสุข ดูราวกับนางฟ้าที่งดงามยิ่งกว่าใครทำให้ผู้ที่พบเห็นต้องหลงใหลรักใคร่ดังถูกมนตราตึงเอาไว้

สายลมอ่อนๆพัดโชยเข้ามาจากทางระเบียงที่ถูกเปิดโล่ง อากาศกำลังเย็นสบายเหมาะกับการพักผ่อน..

ทันใดนั้น เสียงขลุ่ยที่แสนไพเราะก็แว่วเข้ามาตามสายลม..

เปลือกตาบางมีการตอบสนองต่อเสียงเล็กน้อย จึงค่อยๆเปิดออกเผยให้เห็นดวงตาประกายสวย คู่งามคู่นั้น

เจ้าหญิงลุกและตื่นขึ้นมาจากห่วงนิทรา ก่อนจะค่อยๆก้าวลงจากเตียงเพื่อเดินไปหาที่มาของเสียงนั่น..

ม่านผืนบางเนื้อดี ปลิวสะบัดราวกับต้องการจะปิดบังร่างหนึ่งเอาไว้ท่ามกลางความมืดมิด ที่มีเพียงแสงสลัวจากจันทรา

ใบหน้าเนียนสวยกระทบต่อแสงของดวงจันทร์เล็กน้อย เมื่อตัวของเจ้าหญิงได้ก้าวออกมายืนเผชิญหน้ากับเจ้าของเพลงที่นอกระเบียงห้อง

"เจ้า..?" เสียงหวานเอ่ยถามขึ้นขณะที่กำลังจ้องมองไปยังใบหน้าที่ถูกปิดบังด้วยหน้ากากเพียงครึ่งเสี้ยวของตัวตลกผู้นั้น
เจ้าหญิงคุ้นเคยกับเหล่าตัวตลกดีเพราะชื่นชอบที่จะไปดูการแสดงต่างๆ และเคยได้พบกับตัวตลกหนุ่มตรงหน้ามาแล้วหลายต่อหลายครั้ง

มือเรียวข้างซ้ายผายออกมาด้านหน้า ไปที่เจ้าหญิงเป็นการเชื้อเชิญ ก่อนที่ตัวตลกหนุ่มจะคลี่ยิ้มบางๆออกมามอบให้เจ้าหญิง

"ได้โปรด...มอบจุมพิตให้กับการชักชวนของตัวตลกเช่นข้าด้วยเถิด.." เสียงทุ้มนุ่ม เอ่ยขึ้น

ราวกับถูกกระตุ้นด้วยเวทย์มนต์ประหลา่ด หัวใจขององค์เจ้าหญิงเริ่มสั่นไหวไปกับรอยยิ้มนั่นในขณะที่มือบางก็ยื่นออกไปวางไว้บนฝ่ามือของอีกฝ่ายอย่างที่เจ้าตัวไม่ได้รู้สึกตัวเลย

"สวมกอดอารมณ์รักที่ได้กระตุ้นมันออกมา เอาไว้กับท่านให้นานเท่านาน.." ตัวตลกกล่าวขณะยิ้มอย่างอ่อนโยน

ตึก ตัก ตึก ตัก


เสียงหัวใจของเจ้าหญิงเต้นระรัวขึ้นจนเจ้าตัวรู้สึกได้ แต่ไม่ได้ปฏิเสธความรู้สึกเหล่านั้น ราวกับมีโซ่หรือเส้นด้ายแห่งความรักมาพันธนาการหัวใจอันแสนงดงามของเธอเอาไว้

"หากความรักของข้า ที่พันธนาการท่านไว้..ทำให้ท่านรู้สึกเกะกะนักล่ะก็.." ตัวตลกเอ่ยเสียงเบา..ก่อนจะกล่าวต่อว่า

" อย่างน้อยขอแค่ในตอนนี้เท่านั้น..ขอให้ท่านลืมเลือนมันไปเสียเถิด"

เจ้าหญิงรู้สึกราวกับต้องมนต์ เธออยากจะจมดิ่งลงไปกับห้วงแห่งรักพร้อมกับบุคคลตรงหน้า พร้อมๆกับที่อีกฝ่ายกระชับมือบางของเธอเอาไว้แล้วเอ่ยขึ้นว่า

"ข้าหลงใหลในตัวท่านเหลือเกิน..เจ้าหญิงที่รัก"

ราวกับสติจะหลุดลอยไปกับห้วงพันธนาการ ร่างบางของเจ้าหญิงค่อยๆเอนกายเข้าหาตัวตลกหนุ่มอย่างช้าๆ ก่อนจะนิ่งงันลงแล้วเข้าสู่ห้วงนิทราอยู่ในอ้อมกอดของตัวตลกหนุ่ม


เวทีการแสดงใจกลางอาณาจักรฟรีเจีย

เวทีแห่งความยิ่งใหญ่ยังคงเงียบสงัดดั่งเช่นเมื่อตอนหัวค่ำ หากแต่ตอนนี้มีร่างของคนสองคนกำลังอยู่บนเวที

ร่างอันแสนบอบบางของเด็กสาวนอนเอนกายลงไปกับพื้นพร้อมกับเปลือกตาที่ปิดสนิท เงาจากเสาหินที่กระทบจากแสงจันทร์ทอดผ่านตัวขององค์เจ้าหญิงเป็นแนวยาว

ตัวตลกผู้เสน่ห์หากำลังเฝ้ามองเจ้าหญิงผู้เป็นที่รัก ด้วยแววตาที่ให้ความรู้สึกแปลกไป ใบหน้าที่งดงามเผยออกมาให้เห็นอย่างเต็มตาอีกครั้ง

หน้ากากที่เคยสวมใส่ถูดถอดวางลงกับพื้น ในมือเรียวยังคงถือขลุ่ยคู่ใจเอาไว้แน่น ไปพร้อมๆกับดวงตาสีฟ้าขุ่นที่จ้องมองเจ้าหญิงในห้วงนิทราอย่างนิ่งสงบ

ความเป็นจริง คือสิ่งที่ใครๆไม่สามารถหลบเลี่ยง หรือ หลีกหนีไปได้ ไม่ว่าอย่างไรสุดท้่ายก็ต้องพูดความจริงด้วยกันเหมือนๆกันหมด

แม้แต่ความฝันที่สร้างขึ้นมาจากจิตใจของมนุษย์ก็ยังคงเคร่งครัดไปด้วยกฎเกณฑ์ที่แสนยุ่งเหยิง ไม่อาจโกงสิ่งใดได้แม้แต่สิ่งเดียว

"การแสดงละครดำเนินมาถึงช่วงพักแล้ว..เจ้าหญิง" ตัวตลกหนุ่มพึมพำ ก่อนจะทรุดนั่งลงบริเวณบันไดขึ้นเวที

นักบุญแห่งโชคชะตานั้น ช่างเลวทรามสิ้นดี เพียงแค่ชี้หน้ากำหนดและหัวเราะเยาะอย่างต่ำช้า พลางเดินป้วนเปี้ยนไปมาในช่วงพักของละครนั้นอย่างน่ารังเกียจ

ไยต้องกำหนดให้เขา มีรักที่ไม่สมหวัง ไยจึงเป็นเขาที่จะต้องแบกรับความเจ็บปวดนั้นเอาไว้..แม้เพียงครู่เดียวความเจ็บปวดก็แล่นเข้าสู่หัวใจและสมองของเขาจนต้องยกมือขึ้นกุมขมับของตัวเองแล้วยกหน้ากากขึ้นสวม

ดวงสีฟ้าขุ่นจ้องมองไปที่เจ้าหญิงที่กำลังฟื้น ลืมตาตื่นจากห้วงนิทรา ก่อนจะเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้ๆร่างบ้างนั้น
"ท่านเจ้าหญิงที่รักของข้า..ได้โปรดมอบจุมพิตให้แก่เจ้าตัวตลกเช่นข้า ที่กำลังจมดิ่งลงไปในความลุ่มหลงด้วยเถิด" เสียงทุ้มเอ่ย ราวกับเป็นเวทย์มนต์

"แม้นจูบนั้นจะเป็นสิ่งจอมปลอม..ข้าก็จะไม่ใส่ใจ เพราะว่าข้านั้นรักท่านเหลือเกิน" ตัวตลกหนุ่มพูดก่อนจะเคลื่อนหน้าอันแสนหล่อเหล่าเข้าไปใกล้กับใบหน้าแสนงดงามของเจ้าหญิง

มือเรียวเชย คางบางของเจ้าหญิงขึ้นก่อนที่ดวงตาของทั้งคู่จะประสานกัน มืออีกข้างก็กำลังลูบใบหน้าเนียนสวยของเจ้าหญิงอย่างอ่อนโยน

"หากท่านยังคงเข้าใจถึงความรู้สึกที่หลงเหลือเอาไว้ล่ะก็...แต่ยังไงเสียลมหายใจก็ไม่อาจกลายเป็นฟองอากาศไปได้" เจ้าตัวตลกเอ่ยอีกครั้ง

มือบางของเจ้าหญิงสัมผัสกับข้อมือข้างซ้ายของตัวตลกหนุ่มที่กำลังลูบไล้ใบหน้าของเธออย่างอ่อนโยน เป็นสัมผัสที่แสนวิเศษ

"เมื่อถึงครานั้น..ข้าก็จะลืมเลือนท่านไปเสีย" ตัวตลกพูดด้วยน้ำเสียงที่เศร้าสร้อย..พร้อมกับสีหน้าที่เศร้าหมองอย่างน่าใจหาย

ก่อนที่เขาจะตัดสินใจผละออกจากเจ้าหญิงผู้เป็นที่รัก และเริ่มบรรเลงบทเพลงด้วยขลุ่ยนั้นให้คลอไปตามสายลมโดยมีเจ้าหญิงยืนฟังอยู่เคียงข้าง

เสียงเพลงที่ดังคลอ..ราวกับเวทย์มนต์ แต่ครานี้กลับเป็นท่วงทำนองที่แสนเศร้าสร้อยจับหัวใจ..

ภาพแห่งความทรงจำไหลเวียนเข้ามาภายในหัวของตัวตลกหนุ่มที่กำลังบรรเลงเพลงแห่งเวทย์มนต์อยู่นั้น ทำให้เขาเจ็บปวดอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

ทั้งช่วงเวลาที่ตกอยู่ในภวังค์แห่งรัก ช่วงเวลาที่ปรารถนา ช่วงเวลาที่คิดคำนึงถึง ช่วงเวลาที่โหยหาอยากครอบครอง..เหล่านั้น

ก่อนที่เสียงเพลงนั้นจะหยุดลง พร้อมกับใบหน้าที่ยิ้มแย้มอย่างเศร้าสร้อยหันมาสบตากับเจ้าหญิงผู้แสนงดงาม

"ได้โปรดมอบจุมพิต ให้กับการชักชวนของเจ้าตัวตลกเช่นข้าด้วยเถิด ขอให้ท่านสวมกอดอารมณ์รักที่ได้ตื่นขึ้นมาเอาไว้เสีย.."

ดวงตาคู่งามของเจ้าหญิงขุ่นมัวลงเรื่อยๆ เช่นนั้น

"หากความรักของข้าที่พันธนาการหัวใจท่านไว้ ไม่จำเป็นอีกต่อไป..ในตอนนี้ก็ขอให้ท่านลืมมันไปเสียเถิด" ตัวตลกหนุ่มเอ่ยต่อ

จนในที่สุดเปลือกตัวนวลของเจ้าหญิงผู้เลอโฉมก็ปิดลงทั้งๆที่กำลังยืนอยู่

ร่างสูงโปรงแหงนหน้าขึ้นมองฟ้า ราวกับจะรับละอองดวงดาวนับร้อยนับพันที่ส่องประกาย พร้อมกับคำพูดที่เจ็บปวดและแสนแผ่วเบานั้นว่า

"อา..ได้โปรดมอบจุมพิตให้กับเจ้าตัวตลกที่แตกพังด้วยเถิด ปลอบประโลมการแสดงที่ใกล้ถึงจุดจบอย่างน่าสมเพชนี้.."

ทันใดนั้นร่างบางของเจ้าหญิงก็ค่อยๆ จางหายไป และกลับไปนอนอยู่บนเตียงที่ปราสาทตามเดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน

ราวกับแค่ฝันไป..

ในขณะที่ตัวตลกหนุ่ม ผู้เจ็บปวดกำลังบรรเลงเพลงปิดสุดท้ายแห่งความสุข ด้วยขลุ่ยงาม ปริศนาเลาเดิม ไปพร้อมกับเสียงสายลมยามค่ำคืนที่พัดพา

" ตัวตลก..ที่ไร้แล้วซึ่งรัก..เช่นข้า.."

ทันทีที่เอ่ยจบ มือเรียวแกร่งก็ทำลายขลุ่ยเลานั้นทิ้งไปในพริบตา โดยไม่นึกเสียดายแม้แต่น้อย..

ขลุ่ยที่แสนงดงามและไพเราะ บัดนี้เหลือแต่เพียงเศษซากแห่งความเศร้าและความหลัง อย่างน่าใจหาย..

ผีเสื้อราตรีแสนสวย บินไปเกาะที่ปลายนิ้วของตัวตลกหนุ่ม ก่อนที่เขาจะชูมือนั้นขึ้นเหนือฟ้า และปล่อยให้ผีเสื้อที่แสนงดงามนั้นเป็นอิสระและบินออกไป

ปล่อยไป..ให้กระพือปีกแสนสวยงามอย่างอิสระ..ปล่อยไป..เพื่อความสุขของมัน..คือทางที่ดีที่สุด..

ร่างสูงโปร่งที่เคยกล้าแกร่ง ทรุดลงกับพื้นหินอ่อนของเวทีอย่างเงียบงัน พร้อมกับดวงตาสีฟ้าขุ่นที่สะท้อนภาพของดวงจันทร์เต็มดวงที่แสนสวยงาม

แสงสีเหลืองนวลสาดส่องไปทั่วทั้งบริเวณ..พร้อมกับหยดน้ำใสๆที่ไหลรินออกจากดวงตาดุจอัญมณีนั้น..ก่อนจะส่องกระทบกับแสงจันทราเป็นประกายแห่งความเศร้า..

ตัวตลกที่ยอมสละ เพื่อความสุขของคนที่รัก..

ตัวตลกที่ยอมสละ...เพื่อเส้นทางที่ดีกว่าของเธอคนนั้น..

ก็กลับกลายเป็นตัวตลก..ที่ไม่อาจมีรัีกใดๆ ไ้ด้อีกต่อไป...


The End...

ร่างแล้ว ร่วงแล้ว










เส้น : พี่บิง
สี : ฟ้า





งานสวยขึ้นตั้งเยอะ'A' ไม่ค่อยได้เเวะมาดูเเฮะๆ'A'

Thankyou...Jinsama♥
ปิดแย้วหรอ ;[];
อะไรดลใจให้เข้ามาก็ไม่รู้ 555+

อา..ที่นี่ยังคงเงียบเหงาเช่นเคย = w =

สาดงานดีไหม?
แก้ไขล่าสุด anmaai เมื่อ 2012-2-19 16:13

ปัดฝุ่น









(ดราฟจ๊ัะ)



































มันอาจโหลดโหดก็เป็นได้



























ไว้มาต่อน่ะค้าา
ฮวากกกกกกกกกกกกกกกกก!!

เยอะโคตรรรร กว่าจะดูหมดนั่งเป็นชั่วโมงเลย 555

บางงานก็ยังไม่เคยเห็น ดีนะแว๊บมาดูที่นี่ XD

ยังไม่ถึงปีเลเวลอัพจม ฟ้าขยันขริง!! เวลยังอัพได้อีกเรื่อยๆ สู้ต่อไปนะ
cr. NinJinShiRu♥
ยังมีใครสิงอยู่ในบอร์ดนี้ประจำอีกไหมก๊ะเนี่ย? 555+

แวะมาหาก๊ะ <3

กลับไปรายการกระดานข่าว